เสียงในหัว เสียงข้างนอก : ว่าด้วยการเขียนว่าจะกลับมาเขียน ครั้งที่ 101
เอาอีกแล้วหรอ กล้าดีนักนะ ที่เอาหน้าตัวเองมาเป็นเครื่องหมายการค้า แถมยังตกแต่งจนหล่อเกินจริงแบบนี้เนี่ย แล้วก็อะไรนะ จะเขียนอีกแล้วหรอ กล้านะ กล้ามากกก
วาบคิด คือ เรื่องเล่าจากความคิด ที่เกิดขึ้น หลังจากไปพบเจอ หรือมีเหตุการ์ มากระทบกับความคิด และ มีความคิดเห็นต่อสิ่งนั้น ในทันที ทันใด จึงได้กลั่นกรอง ผ่าน วิธีคิดบางอย่าง แล้วนำมาถ่ายทอด ในรูปแบบของ บทความ
เอาอีกแล้วหรอ กล้าดีนักนะ ที่เอาหน้าตัวเองมาเป็นเครื่องหมายการค้า แถมยังตกแต่งจนหล่อเกินจริงแบบนี้เนี่ย แล้วก็อะไรนะ จะเขียนอีกแล้วหรอ กล้านะ กล้ามากกก
ดึกดื่นคืนนึง ผมได้รับการแจ้งเตือนในแอพ Messenger จาก "ไอ้ปิ่น" เพื่อนสมัยมหาลัยที่ไม่ได้คุยกันมาซักพักใหญ่ ๆ โดยในข้อความนั้นเป็นการถามไถ่ถึงเว็บไซต์ worathon.space ที่ปิดร้างไป อาจจะเพราะด้วยความที่ไม่มีเรื่องจะเขียน หมดไฟ หรือจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ผมได้ปิดมันไปแบบที่คิดมาแล้วเป็นอย่างดี เอาเข้าจริง ๆ ผมก็ลืมไปแล้วด้วยซ้ำ ว่าตัวเองยังมีเว็บไซต์ และได้ปิดมันไปเองกับมือ
ชีวิตที่มีเพลงประกอบ น่าจะเป็นชีวิตที่งดงาม ราวมิวสิควีดิโอ ถ้าฉากนั้นไม่ใช่จังหวะดนตรีที่สวยงาม อย่างน้อยที่สุดก็ทำให้เศร้าโศกได้อย่างมีสุนทรียะ ...
ไม่ค่อยแน่ใจ ว่านั่นเป็นประโยคคำถาม หรือการอุทานที่ฉุนเฉียว เลื่อนๆโทรศัพท์ไปก็คิดไม่ตก ภาพที่เห็นตรงหน้า เป็นแหล่งกำเนิดเสียงจากเครื่องหมายคำพูดได้เป็นอย่างดี
เรือเล็ก ที่เขียนป้ายชื่อติดว่า “ชีวิตหลังเรียนจบ” กำลังจะเริ่มต้นเดินทาง หลังจากที่ได้หยุดจอด เพื่อเตรียมเสบียง อยู่บนชายหาดที่ชื่อว่า “มหาวิทยาลัย” มาหลายปี
เป็นผมเองในวัย 21 ปี ที่กำลังนั่งร้องเพลงสารพัดสารเพที่นึกขึ้นได้ พร้อมๆกับระลึกความหลังปนๆกับนึกถึงปัจจุบันและอนาคต ที่ดูเหมือนว่าปัจจุบันของผมกำลังประสบความสำเร็จจากการหนีความวุ่นวาย
ความคิด และจินตนาการของผม เริ่มทำงานทันที ที่เสียงหวูดของรถไฟดังขึ้น ผมได้แต่คิดแล้วก็ตื่นเต้นกับการเดินทางที่ไม่ได้วางแผนอะไรไว้แม้แต่นิดเดียว รู้เพียงแค่ว่าต้องขึ้นรถไฟฟรี ไปลงที่ กทม.